Xiaomi เครื่องฟอกอากาศรุ่นไหน ใช้ดีในปี 2022

อุปกรณ์ Gadged xiaomi

เครื่องฟอกอากาศที่ได้ผ่านการรับรองคุณภาพมาแล้วว่าสามารถกรองฝุ่น แบคทีเรียและเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ถึง 99.99% มาพร้อมฟังก์ชันที่หลากหลาย สามารถปรับระดับการกรองอากาศได้หลากหลายแบบมาในดีไซน์สวยงาม ไม่ว่าจะวางไว้ที่มุมไหนของห้องก็ดูโมเดิร์นทันสมัยและที่สำคัญในเรื่องของราคาก็แสนจะถูกไม่ว่าใครก็จับต้องได้ 

โดยในบทความเราจะมาพูดถึงเครื่องฟอกอากาศ Xiaomi รุ่นไหนที่ใช้ดีในปีล่าสุด บอกได้เลยว่าแต่ละรุ่นมีความหลากหลายอยู่พอสมควรตั้งแต่ในเรื่องของระดับราคา, ขนาดตัวเครื่อง , ฟังก์ชันการใช้งาน ไปจนถึงความสามารถในการผลิตอากาศที่ไม่เหมือนกันในแต่ละรุ่น ที่ให้คุณพิจารณาเลือกใช้งานรุ่นที่ต้องตามความต้องการและการใช้งานรวมไปถึงคุ้มค่าในงบประมาณที่คุณต้องการได้อีกด้วย

1. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi A1 Air purifier

1. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi A1 Air purifier

Xiaomi A1 Air purifier ที่ถูกออกแบบและดีไซน์มาเพื่อการใช้งานที่ลงตัว สามารถติดตั้งได้ทุกตามมุมห้อง จะห้องนอน หรือห้องนั่งเล่น ตัวเครื่องมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถฟอกอากาศได้สูงสุดในระดับ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงไปด้วยในเวลาเดียวกัน ระดับเสียงในการทำงานต่ำสุด 20 เดซิเบล ไส้กรองอากาศเป็นทรงกระบอก 3 ชั้น สามารถกรอง PM2.5 ได้ ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีระบบเซ็นเซอร์ แม่นยำและไวต่อการวัดคุณภาพอากาศอีกด้วย ตรวจวัดกันได้แบบ real-time

2. Xiaomi Mi Air Purifier Pro H

2. Xiaomi Mi Air Purifier Pro H

Xiaomi Mi Air Purifier Pro H เครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดกลางรองรับห้องขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่สูงสุด 72 ตารางเมตร มีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ถึง 600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับด้วยไส้กรองถึง 3 ชั้น คือ 

1.Cloth Primary Filter

2.HEPA H13 Filter 

3.Activated Carbon Filter 

สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ไมครอน ได้มากถึง 99.99% และ PM 0.3 ไมครอน ได้ถึง 99.97% มาพร้อมความสามารถในการฟอกอากาศภายในพื้นที่สูงสุดขนาด 72 ตารางเมตร ด้วยอัตราเร็วในการกำจัดสิ่งปนเปื้อนบนอากาศ ภายในตัวเครื่องจะมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันการกัดจัดไรฝุ่น, การจัดการกับแบคทีเรียม การป้องกันการเกิดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และฟังก์ชันการลดสารที่อาจก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ในอากาศ โดยเครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้จะมีหน้าจอสัมผัสที่แสดงผลและค่าต่างๆ ให้เห็นผ่านหน้าจอ เพียงแตะแป้นบนจอแสดงผล OLED เพื่อใช้งานเครื่องฟอกอากาศก็สามารถดูข้อมูลการรายงานได้ทันที

3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro

3. เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Mi Air Purifier Pro

Xiaomi Mi Air Purifier Pro พร้อมจอแสดงผล OLED ที่ใช้งานง่ายและจอแสดงผล PM2.5/PM10 แบบเรียลไทม์และแถบไฟแสดงรหัสสี  สามารถในการกำจัดสิ่งเจือปนหรือมวลภาวะในอากาศ ที่ทำได้แบบเต็มประสิทธิภาพในห้องที่มีขนาดความจุ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง, แผ่นกรองที่ดักจับฝุ่นขนาดเล็กสุดได้มากถึง 0.3 ไมครอน ปรับการตั้งค่าการกรองอากาศด้วยปุ่มควบคุมแบบสัมผัสที่เรียบง่าย เพียงแตะเบาๆ ครั้งเดียวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านคุณภาพอากาศของคุณ รุ่นนี้ถูกออกแบบและดีไซน์มาสำหรับห้องที่มีพื้นที่ขนาดกลาง มีการปรับระบบมอเตอร์เป็นแบบคู่มาให้เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานทั่วถึงทุกพื้นที่กว่าเดิมแน่นอน

4. Xiaomi Mi Air Purifier 3H

4. Xiaomi Mi Air Purifier 3H

Xiaomi Mi Air Purifier 3H ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 240 x 240 x 520 มิลลิเมตร น้ำหนัก 4.8 กิโลกรัม มีดีไซน์เรียบหรู สามารถสั่งการตัวเครื่องได้ง่าย ผ่านทางระบบเสียงด้วย Google Assistant และ Alexa รองรับการทำงานได้บนแอปพลิเคชัน Mi Home App หน้าจอระบบสัมผัส OLED ด้านหลังของเครื่องจะมีปุ่มสำหรับปรับความสว่างของหน้าจอและเซนเซอร์สำหรับวัดฝุ่นในอากาศ เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้มาพร้อมกับการใช้งานที่หลากหลายบรูปแบบ เช่น แผ่นกรองแบบป้องกันแบคทีเรีย ป้องกันกลิ่นฉุน ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ตามสะดวกแล้วแต่ความต้องกาและที่สำคัญสามารถใช้แผ่นกรองร่วมกับเครื่องฟอกอากาศ Mi ได้หลายรุ่นอีกด้วย 

5. Xiaomi Mi Air Purifier 2C

5. Xiaomi Mi Air Purifier 2C

Xiaomi Mi Air Purifier 2C เครื่องฟอกอากาศขนาดเล็กจากแบรนด์ Xiaomi ที่สร้างอากาศบริสุทธิ์ได้แบบรอบทิศทางภายในพื้นที่ขนาด 42 ตารางเมตร เป็นรุ่นที่ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกันกับรุ่น Mi Air Purifier Max แต่จะเหมาะกับห้องที่มีขนาดเล็กลงมาครึ่งหนึ่งครอบคลุมพื้นที่ในการใช้งานได้สูงสุดในห้องที่มีขนาดประมาณ 42 ตารางเมตรและเพื่อการควบคุมฝุ่นบนอากาศให้ง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น สามารถกรองฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กในระดับ 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% นอกเหนือจากนี้ยังสามารถกำจัดกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ทำให้อากาศภายในบ้านสะอาดและสดชื่นอยู่ตลอดเวลา มาพร้อมกับระบบติดตั้งเซ็นเซอร์การตรวจจับฝุ่นแบบอัตโนมัติ ที่จะทำงานได้แบบต่อเนื่องโดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งการทำงาน

เป็นอย่างไรกันสำหรับเครื่องฟอกอากาศที่เราได้นำมาแนะนำให้กับทุกท่าน บอกได้เลยว่าทุกรุ่นมีฟังก์ชันการใช้งานและประสิทธิในการทำงานแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากต้องการเลือกซื้อให้ง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น คุณก็อาจลองพิจารณาดูจากรายละเอียดที่เราได้กล่าวไป เช่น ความสามารถในการผลิตอากาศของตัวเครื่อง, ขนาดของตัวอุปกรณ์ที่มีผลโดยตรงต่อการเคลื่อนย้ายและพื้นที่การจัดวาง, ระดับเสียงที่ส่งผลต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันและฟังก์ชันการขจัด ฝุ่น PM2.5 ที่ถูกใส่มาให้ในระบบกรองอากาศด้วยเช่นกัน

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG